กินอย่างไรให้ปลอดโรค



ร่างกายได้รับพลังงาน (จากอาหาร) เพื่อนำมาใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น นั่ง นอน ยืน เดิน ทำงาน ออกกำลังกาย ถ้าได้รับพลังงานมากเกินความต้องการ ร่างกายจะนำพลังงานส่วนเกินนั้นไปเก็บสะสมในรูปไขมัน เพื่อเป็นพลังงานสำรอง ถ้ามีการสะสมของไขมันมากขึ้นก็จะนำไปสู่โรคอ้วน และนำไปสู่โรคอื่น ๆ นั่นเอง


โดยทั่วไปแนะนำให้กินอาหารหลักวันละ 3 มื้อ ถ้าจำเป็นอาจมีอาหารว่างช่วงบ่าย 1 มื้อ สำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ หรือส่วนใหญ่นั่งทำงาน ผู้ชายควรได้แคลอรีประมาณวันละ 2,000 กิโลแคลอรี ผู้หญิงควรได้แคลอรีประมาณวันละ 1,600 กิโลแคลอรี ปริมาณที่ว่านี้ รวมทั้งอาหารคาวและหวาน อาหาร 1 มื้อควรได้แคลอรีประมาณ 400-700 กิโลแคลอรี โดยอาหารเย็นเป็นมื้อที่มีแคลอรีต่ำกว่ามื้ออื่นๆ อาหารว่าง ต้องจำกัดให้น้อยกว่า 200 กิโลแคลอรีในแต่ละครั้ง และเมื่อรวมกับ อาหารมื้อหลักทั้งวันแล้วต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด


เทคนิคการเลือกอาหารและกินอาหารที่แนะนำให้ปฏิบัติเป็นประจำ คือ

ดื่มน้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี และ ควรดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนกินข้าว

• ปริมาณอาหาร ใน 1 จาน ให้มีข้าว 1/4 จาน โปรตีน 1/4 จาน ผักและผลไม้ 1/2 จาน

• ไม่กินอาหารคำโต เคี้ยวอาหารช้า ๆ แต่ละคำให้เคี้ยวมากกว่า 20 ครั้ง

• การปรุงอาหาร เน้นอาหาร ต้ม นึ่ง อบ ปิ้ง ย่าง (อย่าให้ไหม้เกรียม) ผัด ควรเลี่ยงการราดน้ำผัด

เลี่ยงแกงกะทิ หรือถ้าอยากกินให้เลือกตักเฉพาะเนื้อ ไม่ควรซดน้ำ

ไม่เลือกอาหารชุบแป้งทอดหรือชุบไข่ทอด

พยายามไม่ปรุงอาหารรสจัด เพราะจะได้น้ำตาล เกลือ จากเครื่องปรุงรสมากขึ้น

เปลี่ยนกาแฟเย็น ชาเย็น หรือโกโก้เย็น เป็นเครื่องดื่มร้อน เพราะ มีน้ำตาล นม น้อยกว่าเครื่องดื่มเย็น

ใช้นมพร่องไขมันและน้ำตาลเทียมแทนครีมเทียม นม และน้ำตาล

กินผลไม้ (ปริมาณพอสมควร) แทนน้ำผลไม้ หรือเลือกผลไม้เป็นอาหารว่างแทนขนม

เลือกขนมปังแทน พัฟ พาย หรือคุกกี้




ที่มา : หนังสือคิดเอง ทำได้ ห่างไกลโรค โดยราชวิทยาลัยอายุรเเพทย์เเห่งประเทศไทย

ดู 10 ครั้ง0 ความคิดเห็น